กิจกรรมของฉัน

การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน (Learning and Classroom Management)

เป็นบทบาทสำคัญของครูทุกคน เริ่มจากการศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร เอกสารที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผู้เรียน นำมาวางแผนออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดหาหรือเลือกใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล แล้วดำเนินการจัดการเรียนรู้และจัดการชั้นเรียน ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ดังต่อไปนี้ มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักที่ว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้คิดได้ คิดเป็น ท าเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง จัดการเรียนการสอน โดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่างๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอ านวยความสะดวกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัย เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้ทั้งนี้ครูและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกัน จากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่างๆ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดา มารดาผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตาม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายดังกล่าว หน้าที่หลักของครูในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความหมาย ความส าคัญ หลักการ กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ บทบาทของครู เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนรู้

กิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง การปฏิบัติต่างๆ ของผู้เรียนที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายวัตถุประสงค์ผลการเรียนรู้หรือมาตรฐานตัวชี้วัด ที่ก าหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ หมายถึง วิธีการ/กิจกรรมที่ครูหรือผู้เกี่ยวข้อง น ามาใช้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ความสำคัญกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการจัดการเรียนรู้ ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสม จะมีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง นั่นคือกิจกรรมการเรียนรู้ มีผลต่อผู้เรียนดังนี้
1) กระตุ้นความสนใจ สนุกสนาน ตื่นตัวในการเรียน มีการเคลื่อนไหว
2) เปิดโอกาสให้ประสบความส าเร็จในการเรียนรู้
3) ปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย การใช้ทักษะชีวิต
4) ฝึกความรับผิดชอบ การท างานร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลตามศักยภาพ และคุณลักษณะที่ดี
5) ส่งเสริมทักษะกระบวนการต่างๆ เช่น การคิดสร้างสรรค์การสื่อสาร การแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม การบริหารจัดการ ฯลฯ
6) ฝึกการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ตลอดชีวิต
7) สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน กับครูและบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
8) เข้าใจบทเรียนและส่งเสริมพัฒนาการผู้เรียนในทุกๆด้าน

หลักการลักษณะการจัดการเรียนรู้กระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียน 3 ด้าน คือ พุทธิพิสัย (Cognitive Domain) ทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) และจิตพิสัย (Affective Domain) (Bioom, 1956) ผู้สอนต้องใช้ทั้งวิชาการ (ศาสตร์) และทักษะ/เทคนิค (ศิลป์) หลักการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้หากเป็นทักษะ ควรเป็นทักษะที่ปฏิบัติแล้วผู้เรียนจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ตามวัตถุประสงค์ฯ เลือกประสบการณ์ที่ผู้เรียนพึงพอใจ สนุก น่าสนใจ ไม่ซ้ำซาก มีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และทำให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับความสามารถทางด้านร่างกายของผู้เรียนที่จะปฏิบัติได้ และควรคำนึงถึงประสบการณ์เดิม เพื่อจัดกิจกรรมใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมจุดมุ่งหมายในการจัดการเรียนรู้หลายๆ ด้าน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล จึงควรจัดกิจกรรมให้หลากหลาย ให้ผู้เรียนได้ใช้
ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้มากที่สุด สอดคล้องกับการวิจัยของเอดการ์ เดล (Edgar Dale) นักการศึกษาชาวอเมริกันที่ได้จัดลำดับความส าคัญของการเรียนรู้ เป็นกรวยประสบการณ์ดังนี้
1. ประสบการณ์ตรง (Direct experience) คือ การเรียนรู้ที่ต้องใช้ของจริงหรือการให้ผู้เรียนได้ลงมือค้นคว้า ทดลอง หรือปฏิบัติด้วยตนเอง ได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าในการเรียนรู้จริง
2. ประสบการณ์รอง (Contrived experience) คือ การใช้หุ่นจ าลองแทนของจริง เมื่อไม่สามารถจัดประสบการณ์ตรงได้
3. ประสบการณ์นาฏการ (Dramatized experience) คือ การแสดงละคร/บทบาทสมมติ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการแสดง ท าให้มีการเรียนรู้จากการกระท า ย่อมเข้าใจเรื่องราว จ าเรื่องราวได้ ส่วนผู้ดูจะจำและสนใจมากกว่าการเรียนวิธีอื่นๆ
4. การสาธิต (Demonstration) คือ การแสดงให้ชมเป็นลำดับขั้น เช่น สาธิตการทดลองวิทยาศาสตร์ สาธิตการประกอบอาหาร โดยอาจให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสาธิตเพื่อให้สามารถเข้าใจได้
5. การศึกษานอกสถานที่ (Fieldtrip) ให้ผู้เรียนมีโอกาสดู เห็น ซักถาม ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ก่อให้เกิดความคิด มองเห็นปัญหา นำมาซึ่งความรู้จากประสบการณ์ตรง
6. นิทรรศการ (Exhibition) อาจจัดเองหรือไปชมนิทรรศการ ท าให้ผู้เรียนได้ดู เห็นสัมผัส จับต้อง ซักถาม ก่อให้เกิดความรู้ ความคิดมากกว่าประสบการณ์ที่เป็นนามธรรม
7. ภาพยนตร์และโทรทัศน์(Movie and television) ผู้เรียนได้เห็นทั้งภาพและเสียงที่ใกล้เคียงของจริงมากที่สุด
8. การบันทึกเสียง วิทยุ และภาพนิ่ง (Sound recording, Radio and Slide) ได้แก่แผ่นเสียง แถบบันทึกเสียง วิทยุ สไลด์ ฟิล์มสตริป รูปภาพและอุปกรณ์ ผู้เรียนได้ยินเสียงหรือเห็นภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง
9. ทัศนสัญลักษณ์(Visual symbols) ได้แก่ แผนที่ แผนภูมิ เป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยประกอบการอธิบายให้เกิดความเข้าใจอย่างรวดเร็วและแจ่มแจ้ง
10. สัญลักษณ์ของภาษา/วจนสัญลักษณ์ (Verbal symbol) ได้แก่ ค าพูด ตัวหนังสือหรือภาษา เป็นนามธรรมมากที่สุด แต่ก็ยังมีความจำเป็น อาจให้เสริมกับประสบการณ์อื่น ๆ

หลักการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของหลักสูตร

จุดประสงค์การจัดการเรียนรู้ ลักษณะเนื้อหาวิชาเหมาะสมกับวัย ความสามารถและความสนใจของผู้เรียนจัดเรียงเนื้อหาตามลำดับขั้นตอนใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมผู้เรียนมีส่วนร่วมท ากิจกรรมและการประเมินผลส่งเสริมกระบวนการคิดและทักษะต่างๆใช้เทคนิควิธีการเรียนรู้ที่หลากหลายมีการวัดและประเมินผลหลากหลายและเหมาะสมสอดคล้องกับกิจกรรมผู้เรียนมีความสุข มีเจตคติที่ดีและอยากเรียนรู้มากขึ้นกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีหลากหลายกระบวนการ เช่น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอดกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสร้างเจตคติ กระบวนการสร้างค่านิยมกระบวนการกลุ่ม กระบวนการความรู้ความเข้าใจ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการความคิดสร้างสรรค์ กระบวนการทางคณิตศาสตร์กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการทางภาษา และกระบวนการจัดการเรียนรู้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอดส่วนมากใช้ในการสอนคำนิยามศัพท์ แนวคิดต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดเป็นเบื้องต้นก่อนการเรียนรู้เนื้อหาอื่น

1. การซักถาม : ตั้งคำถามให้ช่วยกันตอบ รายบุคคล/กลุ่ม/ชั้นเรียน เกี่ยวกับเรื่องที่เรียนหรือกิจกรรม
2. การอภิปราย : หัวข้อเป็นข้อความหรือค าถามก็ได้ อธิบายแสดงเหตุผลสนับสนุน/โต้แย้ง โดยไม่แบ่งฝ่าย ไม่มีการลงมติ อาจให้ทุกคนเขียนสรุปผลการอภิปราย ผู้สอนบันทึกการอภิปรายและตรวจข้อเขียนประกอบการพิจารณาประเมินผล
3. การแสดงความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหา : การตั้งข้อสังเกตหรือบอกวิธีแก้ปัญหา อาจพูดหรือเขียนบรรยายหรือแสดงท่าทาง
4. การค้นหา : การศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริง/ข้อมูลสารสนเทศ/ทักษะกระบวนการ ซึ่งอาจทำโดยการรวบรวม การสังเกต การทดลอง การตรวจสอบ หรือการฝึกฝน เช่นรวบรวมหรือสืบค้นข้อมูลทางประวัติศาสตร์และสังคมวัฒนธรรม การทดลองวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบกฎหรือทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์หรือสาขาวิชาต่างๆ การหาคำตอบคณิตศาสตร์ การแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
5. ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง : รวมถึงการรวบรวมปรับปรุงจากผลงานที่มีผู้ทำไว้ เช่น เอกสาร รายงานหรือหนังสือตำราวิชาการต่างๆ โดยเสนอเป็นข้อเขียน เช่น เรียงความ รายงาน หรือโครงงาน และอาจเลือกผลงานที่ดี ทั้งที่เป็นแบบฝึกหัดและผลการท างาน เก็บไว้ในแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)

การเรียนรู้แบบศูนย์กลางเรียน (Learning Center)

เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้จากการใช้สื่อประสมและกระบวนการกลุ่ม จัดบรรยากาศในชั้นเรียนเป็นแหล่งศึกษา โดยจัดเป็นศูนย์การเรียนไว้ตามมุมห้อง ซึ่งแต่ละศูนย์ควรมีเนื้อหาและสื่อในรูปชุดการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ให้ผู้เรียนศึกษาหมุนเวียนทีละศูนย์ผลัดกัน ดังนั้นครูต้องจัดชุดการเรียนรู้ (รายบุคคล/กลุ่มย่อย) ซึ่งประกอบด้วย คู่มือครู แบบทดสอบ แบบฝึกปฏิบัติ (บัตรค าสั่ง/บัตรกิจกรรม/บัตรเนื้อหา/บัตรค าถาม-บัตรเฉลยฯลฯ) รวมทั้งสื่อการจัดการเรียนรู้อื่นๆ เป็นวิธีที่เหมาะสมกับผู้เรียนจ านวนมาก ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ดังนี้
1) ทำความตกลงวิธีเรียน เวลา ความรับผิดชอบ
2) เข้าศึกษาประจำศูนย์การเรียน หัวหน้ากลุ่มหยิบบัตรค าสั่ง สมาชิกปฏิบัติตาม
3) ครบก าหนดเวลา ผู้สอนบอกเปลี่ยนศูนย์ ถ้ากลุ่มใดมีเวลาเหลือ เข้าศูนย์ส ารอง เพื่อเพิ่มพูนความรู้พิเศษ หรือสนทนากับผู้สอน เมื่อศึกษาครบทุกศูนย์พบปะพร้อมกันทั้งชั้นเรียน เพื่ออภิปรายซักถามหรือเสนอรายงาน แล้วแต่จะก าหนดให้เหมาะสม

การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(Inquiry Based) ครูจัดสถานการณ์หรือค าถาม ให้ผู้เรียนอภิปรายร่วมกันและวางแผนแก้ปัญหา มีขั้นตอน ดังนี้
1) การสังเกต (Observation) : ได้ข้อมูล/ข้อเท็จจริงที่เป็นปัญหา
2) การอธิบาย (Explanation) : ท าความเข้าใจปัญหา
3) การท านาย (Prediction) : หาแนวทางแก้ปัญหา
4) การน าไปใช้และสร้างสรรค์ (Control and Creativity) : ได้ข้อค้นพบและน าไปใช้

การเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrating Method) จัดประสบการณ์เชื่อมโยงสัมพันธ์ (ภายใน
วิชา/ระหว่างวิชา) มีขั้นตอนดังนี้
1) ก าหนดหัวข้อ (ที่เกี่ยวกับชีวิตประจ าวัน)
2) ก าหนดจุดประสงค์ (สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น)
3) ก าหนดเนื้อเรื่อง (สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ช่วงชั้นแต่ละวิชา)
4) ก าหนดขอบเขตการเรียนรู้ (กิจกรรมและเวลา)
5) ด าเนินกิจกรรม (วิธีการหลากหลาย ค้นคว้าจากแหล่งในท้องถิ่น/ชุมชน)
6) ประเมินผลตามสภาพจริง (แฟ้มสะสมงาน สังเกต กิจกรรม การตอบสนองและพัฒนาการ)

การเรียนรู้แบบถามตอบ (Ask and Question Model) ใช้ได้กับทุกวิชา เป็นการส่งเสริมการคิดและสื่อสาร มีขั้นตอน ดังนี้

1)แนะนำกิจกรรม : ผู้สอนก าหนดหัวข้อ จุดประสงค์ และขั้นตอนการเรียน แล้วร่วมกันกำหนดหัวข้อย่อย/กิจกรรม เพื่อตั้งค าถามให้ตรงจุดประสงค์
2) ศึกษาความรู้: แบ่งกลุ่มศึกษาจากสื่อที่ผู้สอนเตรียมไว้ ค าถามมี 3 ลักษณะคือ คำถามข้อเท็จจริง คำถามที่ต้องการค าอธิบาย/ความหมาย/เหตุผล และค าถามการประเมินคุณค่า/ตัดสิน โดยผู้เรียนเขียนคำถามในกระดาษขนาด 3×6 นิ้ว แผ่นละ 1 ค าถาม
3) วางแผน : จัดกลุ่มค าถามของกลุ่มตนเองตามเนื้อหาสาระ คัดเลือกค าถามที่ไม่ตรงประเด็นออก จัดคำถามคล้ายกันเข้าด้วยกัน และวางแผนการถามตอบ 2-3 ครั้ง โดยก าหนดตัวบุคคลที่จะถามและตอบ
4) ดำเนินการถามตอบ : ผู้ตอบคำถามนั่งหน้าชั้น ผู้ถามนั่งด้านข้าง โดยอ่านคำถามทีละข้อเรียงลำดับเนื้อหาประเภทเดียวกัน ผู้ตอบคำถามเป็นผู้อธิบายและชี้แจง ส่วนมากคำถามของกลุ่มใด ตัวแทนของกลุ่มจะเป็นผู้ตอบ คนอื่นอาจเสริมเพิ่มเติมความคิดให้สมบูรณ์ ส่วนผู้ฟังจะจดบันทึกคำถามคำตอบแต่ละประเด็น
5) ทบทวนและสรุปความรู้: หลังการถามตอบแต่ละครั้ง จะช่วยกันสรุปเนื้อหาสาระตามประเด็นคำถาม โดยจัดหมวดหมู่ของเนื้อหาสาระเข้าด้วยกัน และตั้งเป็นหัวข้อเรื่องที่เป็นค าตอบคล้ายกันเข้าด้วยกัน
6) กิจกรรมสร้างสรรค์: ตอบคำถามหมดทุกประเด็นแล้ว แต่ละกลุ่มประชุมวางแผนจัดกิจกรรมประกอบการจัดการเรียนรู้ เช่นทำสมุดถามตอบ เขียนบทความ ประกวดสมุดบันทึกความรู้ เขียนบทวิจารณ์ เขียนแผนภูมิ/แผนภาพความคิด ป้ายนิเทศ สรุปความคิดร่วมกันทั้งชั้นเรียน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Releated

กิจกรรมวันแม่

กิจกรรมวันแม่ แห่งชาติ 12 สิงหาคม ประวัติวันแม่แห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ (Mother’s Day) กิจกรรมวันแม่ ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทย นับว่าเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ ในรัชกาลที่ 9 หรือแม่ของแผ่นดิน และยังถือว่าวันแม่แห่งชาตินี้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย ประวัติวันแม่แห่งชาติ แต่เดิมนั้น วันที่ 12 สิงหาคม มิได้เป็น วันแม่แห่งชาติ อย่างเช่นในปัจจุบัน แต่ได้มีการกำหนดเอาวันที่ 15 เมษายนของทุกๆ ปีเป็น วันแม่แห่งชาติ โดยเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ได้ประกาศรับรองเอาไว้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่เป็นส่วนงานของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จึงได้มอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงานวันแม่มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พุทธศักราช 2493 เป็นต้นมา อีกทั้งการจัดงานก็เป็นได้ด้วยความสำเร็จ เนื่องด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างออกไปได้ จึงทำให้การจัดงานไม่เพียงแต่มีการจัดพิธีทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีการประกวดแม่ของชาติ การประกวดคำขวัญวันแม่ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ และเป็นการเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้มีมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม […]

กิจกรรมเข้าจังหวะ

กิจกรรมเข้าจังหวะ พลศึกษา กิจกรรมเข้าจังหวะ มีมาตั้งแต่มนุษย์เริ่มมีวิวัฒนาการ มนุษย์จะมีการเคลื่อนไหว ประกอบเพลง หรือจังหวะเพื่องานเลี้ยงรื่นเริง หรือการเต้นรำเพื่อบวงสรวลเทพเจ้า ซึ่งการเต้นรำก็ขึ้น อยู่กับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ความเชื่อของแต่ละพื้นที่  ซึ่งในสมัยปัจจุบันยังมี การเต้นรำแบบสมัยก่อนอยู่ แต่ก็จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ของการเต้นรำมีจุดประสงค์ที่เปลี่ยนแปลง ไปเพื่อความสนุกสนาน การเข้าสังคม การออกกำลังกาย เป็นต้น ความหมายของกิจกรรมเข้าจังหวะ กิจกรรมเข้าจังหวะ (Rhythmic Activities) มาจากการประสมประสาน ระหว่างคำ 2 คำ คือจังหวะ (Rhythm) กับ การเคลื่อนไหวร่างกาย (Body Movement) จังหวะ หมายถึง ความสม่ำเสมอของเสียง ซึ่งอาจเป็นเสียงดนตรี เสียงการตีเกราะ เคาะไม้ ฯลฯ การเคลื่อนไหวร่างกาย หมายถึง การแสดงออกของร่างกายในรูปการเคลื่อนไหว อวัยวะส่วนต่างๆ จากคำ 2 คำดังกล่าว สามารถสรุปรวมความหมาย ของกิจกรรมเข้าจังหวะได้ดังนี้ กิจกรรมเข้าจังหวะ หมายถึง การเคลื่อนไหวอวัยวะ ของร่างกายในรูปแบบต่างๆ ให้เข้ากับจังหวะหรือดนตรีที่นำมาประกอบ […]