กิจกรรมจิตอาสา

การสร้างจิตสำนึกเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและส่วนรวม จึงเป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องการอย่างยิ่ง

 

เพราะการแก้ปัญหาจากเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดของสังคมนั้น ยากที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวได้  เพราะฉะนั้น เราทุกคนที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่อยู่ในสังคมทั้งหมด ต้องให้ความร่วมมือ โดยออกมาจากกระดอง หรือโซนความสบายของตัวเอง (Comfort Zone) อย่ากลัวว่าออกมาแล้วจะเปลืองตัว เพราะมีสิทธิ์ถูกวิพากวิจารณ์ ถูกด่า จากคนบางพวกที่สุภาษิตไทยเรียกว่า “มือไม่พาย ยังเอาเท้าราน้ำ” เพราะถ้าคิดแบบนี้ชุมชนเราจะดีขึ้นได้อย่างไร ออกมาเถอะครับ มาแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน เกื้อหนุนกัน เพื่อให้สังคมไทยเข้มแข็งขึ้น และมีคนไทยที่มีคุณภาพ ชุมชนไทยจึงจะมีประสิทธิภาพโดยรวม ชุมชนไหนจะเข้มแข็งได้ ก็เพราะคนของเขาเข้มแข็ง มีศักยภาพ มีความรู้ มีความสามัคคี มีน้ำใจ มีจิตสำนึกต่อส่วนรวมมากๆ ยอมเสียสละได้ทุกเมื่อ และผมเชื่อแน่ว่าการทำงานเป็นอาสาสมัครนั้น เป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดและแก้ปัญหาของสังคมไทยได้ดี สร้างคนให้เห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่นและสังคมโดยรวม พร้อมที่จะอาสา โดยสละแรงกาย แรงใจ เวลา หรือทรัพย์สินเงินทอง เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม… จึงเป็นที่มาของบทความของผมในวันนี้

อาสาสมัคร (Volunteer) ถือเป็นหัวใจขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (Non Profit Organization) และองค์กรต่างๆ เพราะหากไม่มีพวกเขาแล้วไซร้ องค์กรก็คงขาดพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม โดยอาสาสมัครทุกคนในทุกองค์กร มีเป้าหมายเดียวกัน คือการเสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ ด้วยจิตอาสา เพื่อต้องการให้สังคมของเขาพัฒนาได้ดีขึ้น ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ในระยะเกือบสิบปีมานี้ เราจะได้ยินแต่คำว่า “จิตอาสา” (Volunteer Spirit) มากกว่าคำว่า “อาสาสมัคร” แต่บางท่านอาจไม่รู้ว่ามันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ผมจึงอาสาแชร์ข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามา…อาสาสมัคร (Volunteer) หมายถึงผู้ที่สมัครใจ และอาสาเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ และทำงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน องค์กร และสังคม โดยสมัครใจ เพื่อการดูแล ป้องกัน แก้ปัญหา เพื่อพัฒนาสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงินหรือสิ่งอื่นใด ผลตอบแทนที่อาสาสมัครได้รับ คือ ความสุข ความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน และสังคมโดยรวม ยกตัวอย่างเช่น การอาสาเข้ามาทำงานในสมาคม องค์กรต่างๆ การอาสามาเป็นนายกฯ เป็นคณะกรรมการ หรือผู้สนับสนุนในหน้าที่ต่างๆ ที่ตนถนัด เป็นต้น

จิตอาสา (Volunteer Spirit/Mind) หมายถึง จิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์

โดยเต็มใจ พร้อมจะเสียสละเวลา ให้ความช่วยเหลือ ร่วมมือ ลงแรง ร่วมใจ ในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคม ช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม ยกตัวอย่างเช่น การช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ การแยกขยะ แม้แต่การประหยัดน้ำปะปาหรือไฟฟ้าที่เป็นของส่วนรวม โดยใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า หรือบางคนที่ลุกขึ้นมาทำความดีกันคนละนิด หรือใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มี เพื่อช่วยงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนหรือสังคมโดยรวม อีกความหมายที่ผมชอบ จากคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยให้ความหมายจิตอาสาว่า คือการรู้จักเอาใจใส่ เป็นธุระและเข้าร่วมในเรื่องของส่วนรวมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ มีความสำนึกและยึดมั่นในระบบคุณธรรม และจริยธรรมที่ดีงาม ละอายต่อสิ่งผิด รับผิดชอบ เน้นความเรียบร้อย ประหยัด

สรุป จิตอาสา หรือ จิตสำนึกสาธารณะ เป็นการตระหนักรู้ตัว หรือเป็นจิตส่วนที่รู้ตัว รู้ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน เพื่ออะไร เป็นอย่างไรขณะที่ตื่นอยู่นั่นเอง เป็นจิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม หรือความทุกข์ยากของผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วย ไม่ใช่ด้วยการให้ทาน ให้เงิน แต่ค้วยการสละเวลา แรง และ/หรือ สมอง เข้าไปช่วย ด้วยจิตที่เป็นสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่แค่ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนา ‘จิตวิญญาณ’ ของเราด้วยฉะนั้น อาสาสมัคร ไม่ว่าด้วยแรงจูงใจใดๆ ในช่วงเริ่มต้น แต่หากขาดซึ่งความรักในสิ่งที่ทำด้วย “จิตอาสา” ในเวลาต่อมา… ผลงานที่ออกมาก็เป็นเพียงสิ่งที่เราทำสนุกๆ เพื่อฆ่าเวลาที่ไม่รู้จะทำอะไรเท่านั้น ไม่มีคุณค่าใดเพื่อสร้างจิตวิญญาณและพัฒนาจิตสำนึกเพื่อสังคม

แต่ทำไมอาสาสมัครและจิตอาสาของเรามีน้อยเหลือเกิน

แบบที่ทราบกันว่า คนไทยเป็นคนเก่งมาก แต่คนที่จะกล้าหาญออกมาอาสาช่วยเหลือสังคมนั้นน้อยมาก เราจึงเห็นแต่คนหน้าเดิมๆ ที่ออกมาเป็นอาสาสมัคร/จิตอาสา ซึ่งบางครั้งอาสาสมัครส่วนหนึ่งก็เป็นอาสาสมัครด้วยความเกรงใจ ถูกขอใช้ชื่อเอาไปใส่ บางคนจึงมีชื่อติดอยู่ในสมาคมต่างๆ หลายสมาคม บางครั้งก็สงสัยว่า แล้วพวกเขาเหล่านั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปช่วยสมาคมได้จริงๆ จึงขอสรุปปัญหาและแนวทางแก้ไขเพื่อรณรงค์ส่งเสริม “อาสาสมัคร ด้วยจิตอาสา” หรือ ‘อุดมการณ์ของอาสาสมัคร” เพื่อให้สังคมไทยมีจิตสำนึกในการออกมาแบบจิตอาสา ช่วยเหลือคนในสังคมของเรามากขึ้น ทุกคนต่างมีฝีมือ มีความสามารถเฉพาะตัว ที่สามารถนำออกมาแชร์แบ่งปัน ช่วยเหลือส่วนรวมได้ ผลตอบแทนของอาสาสมัคร คือ ได้รับความสุข ความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ส่วนของจิตอาสา คือ การที่มีส่วนจากการให้ ที่เปี่ยมด้วยความเมตตา เพราะจิตอาสานั้น จะมุ่งเน้นในการให้มากกว่าการรับ ช่วยให้สังคมน่าอยู่ เป็นสังคมที่มีคุณภาพที่ทุกคนสามารถอยู่รวมกันได้ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

คุณลักษณะที่ดีของอาสาสมัคร มีความประพฤติที่ซื่อตรง มีความคิด เป็นอิสระในการเลือกที่จะอาสาจะทำหรือไม่ทำตามความสามารถ ประสบการณ์ และความรู้หรือมีพรสวรรค์ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และต่อสังคม รวมทั้งการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคล กลุ่มบุคคล และส่วนรวม ไม่หวังรางวัล หรือผลตอบแทนเป็นเงินทอง และไม่ใช่เป็นภาระหน้าที่ การงานที่ต้องปฏิบัติอยู่แล้วตามหน้าที่ ต้องมีความรักความปรารถนาที่จะให้ และมีจิตใจที่จะทำความดี เข้าใจ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมถึงการเสียสละเวลา โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ พฤติกรรมหลักของอาสาสมัคร หมายถึงการที่บุคคลที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยสมัครใจและไม่หวังผลตอบแทนช่วยเหลือผู้อื่นโดยเข้าร่วมกิจกรรมบริการชุมชน ได้แก่การเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และปฏิบัติงานบรรเทาทุกข์ผู้เดือดร้อน เมื่อมีโอกาส ยอมเสียสละโดยใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เสียสละเงิน เวลาเพื่อผู้อื่นและสังคม มุ่งมั่นพัฒนาใฝ่หาความรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและเผยแพร่แก่ผู้อื่น และช่วยรณรงค์ให้ผู้อื่นเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครหรือจิตอาสาด้วยกัน

จิตอาสากับการพัฒนาประเทศ

อาสาสมัคร (volunteer) คืออะไร คำถามนี้อาจฟังดูง่ายๆสำหรับคนโดยทั่วไป แต่คำนี้ก็หาได้มีคำนิยามที่ตายตัว มีเพียงแต่คำจำกัดความว่า อาสาสมัครก็คือ ผู้ที่สมัครใจทำงานเพื่อประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือสิ่งอื่นใด บุคคลที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือสังคมด้วยความสมัครใจ เสียสละ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ป้องกัน แก้ไขปัญหาและ พัฒนาสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  เหล่านี้คือคำจำกัดความของคำว่าอาสาสมัครซึ่งเรียกง่ายว่า จิตอาสานั่นเอง จิตอาสา  หรือ  จิตสาธารณะ (public consciousness หรือ  Public mind) หมายถึง จิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เพราะคำว่า “สาธารณะ” คือ สิ่งที่มิได้เป็นของผู้หนึ่งผู้ใด จิตสาธารณะจึงเป็นความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของในสิ่งที่เป็นสาธารณะ

ในสิทธิและหน้าที่ที่จะดูแล  และ บำรุงรักษาร่วมกัน  จิตอาสา  หรือ  มีจิตสาธารณะ” ยังหมายรวมถึง  จิตของคนที่รู้จักความเสียสละ ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นหลักการในการดำเนินชีวิต ช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม เช่น การช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการไม่ทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ การดูแลรักษาสาธารณสมบัติ เช่น โทรศัพท์สาธารณะ หลอดไฟฟ้าที่ให้ความสว่างตามถนนหนทาง  แม้แต่การประหยัดน้ำ ประปา หรือไฟฟ้า ที่เป็นของส่วนรวม โดยใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ตลอดจนช่วยกันดูแลรักษา ให้ความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ตลอดจนร่วมมือกระทำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา หรือช่วยกันแก้ปัญหา แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม

จิตอาสากับการพัฒนาประเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

เพราะถ้าคนสนใจงานด้านอาสาสมัครมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหนุ่มสาว เพราะเราเชื่อคนรุ่นใหม่มีพลังอยู่ในตัวของตัวเอง เพียงแต่ท่านยังไม่ปลดปล่อย พลังของตัวท่านเองออกมา ศักยภาพของทุกคนสามารถพัฒนาประเทศด้วยกันทั้งนั้น เพียงพลังนั้นถูกเก็บซ่อนไว้ในตัวคุณ จริงๆแล้วชีวิตของการทำงานอาสาสมัคร คือการได้แลกเปลี่ยนความคิดประสบการณ์ หรือทำสิ่งต่างซึ่งในชีวิตประจำวันไม่อาจได้ทำ เช่น ปลูกป่า ทำฝายชลอน้ำ เก็บขยะ สิ่งเหล่านี้ในชีวิตประจำวันท่านเคยทำหรือไม่ หลายบอกได้เลยว่าไม่เคยทำ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่ามีประโยชน์ต่อคนจำนวนมากต่อสังคมเกื้อกูลสังคมให้รู้ว่าสังคมนี้ยังน่าอยู่ พึ่งพาอาศัยได้

ทุกวันนี้ทุกคนคิดถึงแต่เรื่องเงินกับเวลาเป็นจิตอาสาต้องเสียเงินไหม ตอบได้เลยว่าบางทีต้องสละ ผมใช้คำว่าสละเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น  เพื่อประโยชน์ของสาธารณเท่าที่กำลังของตัวเองจะกระทำได้ เป็นการกระตุ้นให้ตัวเองให้ตระหนักในพลังแห่งจิตอาสาให้เกิดขึ้นในคุณ จิตอาสาทำได้อย่างไร้พียงคุณเป็นคนที่มีพลัง คุณสามารถทำได้ทุกอย่างเพียงแค่สมัครไปกับโครงการที่จัดกิจกรรมจิตอาสาในเวลาที่คุณว่างๆหรือติดตามข่าวสารจากช่องทางอื่นหรือจากเรา หากคุณไม่มีเวลาว่างลองจัดกิจกรรมของคุณเอง เช่ยอาสาเก็บขยะตามชุมชน หรือช่วยผู้สูงอายุในหมู่บ้านทำกิจกรรมต่างแค่คุณนี้คุณก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำสังคมให้น่าอยู่และจิตอาสาอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Releated

กิจกรรมวันแม่

กิจกรรมวันแม่ แห่งชาติ 12 สิงหาคม ประวัติวันแม่แห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ (Mother’s Day) กิจกรรมวันแม่ ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทย นับว่าเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ ในรัชกาลที่ 9 หรือแม่ของแผ่นดิน และยังถือว่าวันแม่แห่งชาตินี้เป็นวันหยุดราชการอีกด้วย ประวัติวันแม่แห่งชาติ แต่เดิมนั้น วันที่ 12 สิงหาคม มิได้เป็น วันแม่แห่งชาติ อย่างเช่นในปัจจุบัน แต่ได้มีการกำหนดเอาวันที่ 15 เมษายนของทุกๆ ปีเป็น วันแม่แห่งชาติ โดยเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ได้ประกาศรับรองเอาไว้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่เป็นส่วนงานของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง จึงได้มอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงานวันแม่มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พุทธศักราช 2493 เป็นต้นมา อีกทั้งการจัดงานก็เป็นได้ด้วยความสำเร็จ เนื่องด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างออกไปได้ จึงทำให้การจัดงานไม่เพียงแต่มีการจัดพิธีทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีการประกวดแม่ของชาติ การประกวดคำขวัญวันแม่ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ และเป็นการเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้มีมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม […]

กิจกรรมเข้าจังหวะ

กิจกรรมเข้าจังหวะ พลศึกษา กิจกรรมเข้าจังหวะ มีมาตั้งแต่มนุษย์เริ่มมีวิวัฒนาการ มนุษย์จะมีการเคลื่อนไหว ประกอบเพลง หรือจังหวะเพื่องานเลี้ยงรื่นเริง หรือการเต้นรำเพื่อบวงสรวลเทพเจ้า ซึ่งการเต้นรำก็ขึ้น อยู่กับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ความเชื่อของแต่ละพื้นที่  ซึ่งในสมัยปัจจุบันยังมี การเต้นรำแบบสมัยก่อนอยู่ แต่ก็จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ของการเต้นรำมีจุดประสงค์ที่เปลี่ยนแปลง ไปเพื่อความสนุกสนาน การเข้าสังคม การออกกำลังกาย เป็นต้น ความหมายของกิจกรรมเข้าจังหวะ กิจกรรมเข้าจังหวะ (Rhythmic Activities) มาจากการประสมประสาน ระหว่างคำ 2 คำ คือจังหวะ (Rhythm) กับ การเคลื่อนไหวร่างกาย (Body Movement) จังหวะ หมายถึง ความสม่ำเสมอของเสียง ซึ่งอาจเป็นเสียงดนตรี เสียงการตีเกราะ เคาะไม้ ฯลฯ การเคลื่อนไหวร่างกาย หมายถึง การแสดงออกของร่างกายในรูปการเคลื่อนไหว อวัยวะส่วนต่างๆ จากคำ 2 คำดังกล่าว สามารถสรุปรวมความหมาย ของกิจกรรมเข้าจังหวะได้ดังนี้ กิจกรรมเข้าจังหวะ หมายถึง การเคลื่อนไหวอวัยวะ ของร่างกายในรูปแบบต่างๆ ให้เข้ากับจังหวะหรือดนตรีที่นำมาประกอบ […]